ฉันมีเพื่อนหลายคน
เพื่อนฉันคนหนึ่ง ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เธอยังเป็นเพื่อนบ้านกับฉันอีกด้วย
เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัวที่อบอุ่น จึงไม่แปลกที่พ่อแม่มักจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอเสมอ
ฉันไม่รู้ ว่าพ่อแม่ได้ถามเธอบ้างหรือไม่ ว่าสิ่งที่ท่านได้มอบให้ เป็นที่ต้องการของเธอหรือเปล่า
แต่ทุกวันนี้ เท่าที่ฉันสังเกต เธอดูไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่พ่อและแม่้ได้หยิบยื่นให้กับลูกสาวของท่าน
ฉันมักจะเห็นเธอบ่นผ่านพื้่นที่ส่วนตัวในโลกไซเบอร์อยู่เสมอ ว่าเธอไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่้
ครั้งสุดท้ายที่ฉันคุยกับเธอ รู้มาว่าเธอถูกบังคับให้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพราะตอนเรียนมหาวิทยาลัยเธอเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้มาโดยตลอดคือ เธอไม่ชอบภาษาอังกฤษ
จึงไม่แปลกที่เมื่อถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบ แล้วเธอจะไม่มีความสุข
ฉันเองก็เคย “ต้องทำ” สิ่งที่ไม่ชอบเหมือนกัน ต่างกันที่ว่า สิ่งเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ฉันเลือกเอง
ฉันใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่ “ไม่ชอบ” มาตลอด 4 ปี ในมหาวิทยาลัย
ช่วงแรกฉันก็ไม่ต่างจากเพื่อนมากเท่าไหร่ ฉันทุกข์ อึดอัด ไม่มีความสุข
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
ฉันมองข้ามความรู้สึกเหล่านั้น และมองข้ามช็อตไปถึงวันที่ฉันจะได้หลุดพ้นจากสิ่งที่ทำอยู่
มันทำให้ฉันได้เห็นคุณค่าของการรอคอย ได้รับบทเรียนจากการอดทน
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันมีความภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
จนถึงวันนี้ ฉันบอกไม่ได้หรอกว่าฉันมีความสุขกับมันแล้ว
ฉันรู้เพียงแค่ว่า ถ้าใจเราคิดว่ามันทุกข์ ไม่ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะดีหรือมีคุณค่าแค่ไหน ตาเราก็จะมองไม่เห็น
หากแต่ใจเราไม่จมอยู่กับทุกข์ที่เราคิดว่ามันเป็น สักวันหนึ่งเราก็จะมองเห็นคุณค่าของมัน โดยไม่รู้ตัว
ฉันไม่อยากให้เพื่อนฉัน เป็นหญิงสาวที่จมทุกข์ เพียงแค่ต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
เพียงแค่เธอลองเปิดใจ รับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
สิ่งที่เคยทุกข์ อาจบันดาลสุขให้โดยไม่รู้ตัว
“สุขทุกข์อยู่ที่ใจ”
หวังว่าฉันจะได้เพื่อนสาวที่สดใส ร่าเริง คนเดิมกลับมาในเร็ววัน.